Adhesion การยึดติด
ลักษณะการยึดติดของสองสิ่งที่แตกต่างกัน เกิดจากแรงทางเคมีหรือทางกายภาพหรือทั้งสองอย่าง เช่น ยางคงรูปยึดติดกับโลหะ เป็นต้น
Durometer เครื่องมือวัดความแข็ง
เครื่องมือวัดความแข็งของยางและพลาสติก ความแข็งของยางคือความต้านทานต่อการกดของยางโดยแท่งเหล็ก ลูกบอลหรือหัวเข็มที่ใช้กด เครื่องมือที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการหาความแข็งของยาง คือ Durometer ซึ่งมีหลายสเกลให้เลือกใช้งานขึ้นกับช่วงความแข็ง มีตั้งแต่ 00, 0, A, B, C, D แต่สเกล A เหมาะสำหรับการหาค่าความแข็งของยาง การอ่านค่าในแต่ละสเกลจะมีตั้งแต่ 0-100 และเป็นการทดสอบแบบไม่ทำลายชิ้นงานนอกจากนั้นยังมีความสัมพันธ์กับสมบัติอื่น เช่น ความต้านแรงดึง (tensile strength) การกระเด้งกลับ (resilience) (ASTM D-2240 )
Hardness ความแข็ง
ความสามารถของวัสดุในการต้านทานต่อการกด สำหรับยางนิยมทดสอบแบบ Durometer มีหน่วยความแข็งเป็น Shore A ( ASTM D 2240) หรือการทดสอบแบบ IRHD มีหน่วยความแข็งเป็น IRHD (ISO 48)
Tensile tester เครื่องมือทดสอบความต้านแรงดึง
เครื่องมือทดสอบความต้านแรงดึง เป็นเครื่องมือวัดสมบัติความต้านแรงดึงของยางคงรูป ซึ่งสมบัติความต้านแรงดึงเป็นสมบัติเชิงกลพื้นฐานที่โรงงานอุตสากรรมยางส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นตัวกำหนดคุณภาพหรือสเปคของผลิตภัณฑ์ วิธีการวัด คือ จะให้แรงดึงกับชิ้นงานตัวอย่างจนกระทั่งชิ้นงานขาด วัดความต้านแรงดึงสูงสุด ณ จุดขาด (tensile strength) และสามารถบอกได้ว่าชิ้นงานเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยยืดไปกี่เปอร์เซ็นต์ (elongation at break) วิธีการวัดและชิ้นงานที่ใช้จะต้องทำตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ISO 37 หรือ ASTM D 412
Elongation การยืดตัว
ความสามารถของยางคอมพาวด์ที่จะยืดออกได้โดยไม่เกิดการแตกหักเสียหาย โดยที่เรามักจะวัดค่า “ultimate elongation – การยืดสูงสุด” หรือ “elongation at break – การยืด ณ จุดขาด” โดยจะแสดงค่าเป็นร้อยละของความยาวเดิม ซึ่งจะเกิดขึ้นทันทีที่มีการขาดของผลิตภัณฑ์ยาง วิธีทำสามารถหาได้จาก ISO 37 หรือ ASTM D-412
Tensile strength ความต้านแรงดึง
ความเค้นดึงสูงสุดที่ชิ้นงานทดสอบรับได้จนชิ้นงานเกิดการขาดในการทดสอบแรงดึง
Tensile stress ความเค้นดึง
แรงต่อหน่วยพื้นที่ที่ทำให้ชิ้นวัสดุหรือบางบริเวณของชิ้นวัสดุมีแนวโน้มที่จะยืดตัวออกตามแนวแรงดึง
Modulus มอดุลัส
อัตราส่วนระหว่างความเค้นต่อความเครียดในช่วงเส้นตรงของกราฟจากการทดสอบแรงดึงหรือแรงอัด รู้จักกันในชื่อของ Young’s modulus
Strain ความเครียด
อัตราส่วนระหว่างขนาดของวัสดุที่เปลี่ยนไปกับขนาดเดิม (เช่น ความยาวที่ยืดหรือหดไปเทียบกับความยาวเดิม)
Stress ความเค้น
แรงที่กระทำต่อหน่วยพื้นที่ในเนื้อของสสารและวัสดุ มีหลายประเภท เช่น แรงดึง แรงกด แรงเฉือน เป็นต้น สามารถคำนวณได้จาก แรงที่ให้หารด้วยขนาดพื้นที่หน้าตัดที่รับแรง
Stress relaxation การคลายความเค้น
การลดลงของความเค้นเมื่อเวลาผ่านไป ณ จุดที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างคงที่ ยางที่มี stress relaxation ต่ำ แสดงถึงความยืดหยุ่น ( elastic ) ที่ค่อนข้างมากของยางนั้น
Creep การคืบ
การเพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง (deformation) ของยาง ภายใต้แรงกระทำคงที่ เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ยางที่มี creep ต่ำ แสดงถึงความยืดหยุ่น ( elastic ) ที่ค่อนข้างมากของยางนั้น
Viscoelasticity สมบัติความหยุ่นหนืด
สมบัติหยุ่นหนืด คือ พฤติกรรมการตอบสนองต่อความเค้นที่กระทำของวัสดุ เช่น พลาสติก ยาง เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะแสดงสมบัติของแข็งที่ยืดหยุ่น (elastic) และของเหลวหนืด (viscous) โดยที่สมบัติทางด้านการเปลี่ยนแปลงรูปร่างดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับเวลา อุณหภูมิ ความเค้น (stress) และอัตราความเครียด (strain rate)
Potassium Hydroxide Number (KOH number) จำนวนโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์
จำนวนโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ หมายถึง จำนวนกรัมของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ที่สมมูลย์พอดีกับอนุมูลของกรดทั้งหมดที่รวมกับแอมโมเนียในน้ำยาง ที่มีปริมาณของแข็งทั้งหมด 100 กรัม นั่นคือ จำนวนโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์เป็นตัวระบุปริมาณของสบู่แอมโมเนียมที่เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนแปลงในน้ำยาง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการกระทำของแบคทีเรียต่อสารที่ไม่ใช่เนื้อยางในขณะก่อนการใส่แอมโมเนียลงในน้ำยาง และเกิดขึ้นจากการไฮโดรไลซิสของโปรตีนในระหว่างการเก็บน้ำยาง ค่า KOH ที่สูงแสดงถึง ความเปลี่ยนแปลงมากและอาจบ่งชี้ว่าน้ำยางข้นมีอายุหลังการผลิตนานอีกด้วย
Volatile Fatty Acid Number (VFA number) จำนวนกรดไขมันระเหย
จำนวนกรดไขมันระเหย หมายถึง ปริมาณของกรดไขมันระเหยที่เกิดขึ้นโดยการไฮโดรไลซิสของคาร์โบไฮเดรตในเซรุ่มของน้ำยาง กรดเหล่านี้ประกอบด้วยกรดอะซิติก กรดฟอร์มิก และกรดพรอพิโอนิก เป็นส่วนใหญ่
หรือ หมายถึง จำนวนกรัมของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ที่ทำให้กรดไขมันระเหยทั้งหมดในน้ำยางที่มีปริมาณของแข็งทั้งหมด 100 กรัม เป็นกลาง
ค่า VFA No. เป็นค่าที่บ่งชี้ถึงสถานะการเสียสภาพ นั่นคือ ค่า VFA No. สูง แสดงว่าน้ำยางถูกเชื้อจุลินทรีย์เข้าทำลายมาก เกิดกรดไขมันระเหยมาก ทำให้สูญเสียสภาพการเป็นคอลลอยด์ เกิดการบูดเน่าและจับเป็นก้อนได้
Sludge content ปริมาณสลัดจ์หรือปริมาณตม
ปริมาณสลัดจ์หรือปริมาณตม หมายถึง สิ่งเจือปนที่ไม่ใช่ยางซึ่งจะตกตะกอนลงก้นภาชนะเมื่อมีการปั่นหรือกวนน้ำยาง สิ่งเจือปนเหล่านี้ประกอบด้วย ฝุ่นละออง ดิน ทราย เปลือกไม้ และแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต ถ้าปริมาณสลัดจ์มีค่าสูง อาจเกิดการสะสมของปริมาณตมอย่างรวดเร็วระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้น้ำยางเสียสภาพและไม่สามารถใช้งานต่อไปได้
Manganese content ปริมาณแมงกานีส
ปริมาณแมงกานีส หมายถึง ปริมาณของธาตแมงกานีสทีู่่ในส่วนที่ไม่ใช่ยางในน้ำยาง มีผลต่อความทนทานต่อการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำยาง เนื่องจากแมงกานีสเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันในโมเลกุลของยาง ทำให้ยางเสื่อมสภาพได้
Copper content ปริมาณทองแดง
ปริมาณทองแดง หมายถึง ปริมาณของธาตุทองแดงที่อยู่ในส่วนที่ไม่ใช่ยางในน้ำยาง มีผลต่อความทนทานต่อการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำยาง เนื่องจากทองแดงเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันในโมเลกุลของยาง
Coagulum content ปริมาณยางจับเป็นก้อน
ปริมาณยางจับเป็นก้อน หมายถึง ปริมาณของสารที่ตกค้างอยู่บนตัวกรองสเตนเลสที่ทดสอบ สารเหล่านี้ประกอบด้วยเศษยางจับตัวและสารอื่นที่เจือปนมากับน้ำยาง ค่านี้มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตที่เข้มงวด เช่น การผลิตเส้นด้ายยางยืด น้ำยางที่มีค่า coagulum content สูงอาจก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันที่ปลายหลอดในระหว่างกระบวนการผลิตได้
Mechanical Stability Time (MST) ความเสถียรเชิงกลของน้ำยาง
ความเสถียรเชิงกลของน้ำยาง หมายถึง ความเสถียรของน้ำยางต่ออิทธิพลทางกล เช่น การกวน การปั๊ม การเคลื่อนย้าย หรือการกระทำทางกลโดยวิธีอื่นๆ สามารถทำได้โดยวัดระยะเวลาที่เริ่มปั่นกวนน้ำยางจนกระทั่งสังเกตเห็นน้ำยางเริ่มจับตัวเป็นเม็ดเล็กๆ ในหน่วยของวินาที ค่า MST สูงจะบ่งขี้ว่า น้ำยางมีความเสถียรต่ออิทธิพลทางกลได้สูง แต่ถ้าค่า MST ต่ำแสดงว่าน้ำยางนั้นจะสูญเสียความเสถียร สามารถจะจับเป็นเม็ดได้ง่าย เมื่อน้ำยางถูกกระทบกับอิทธิพลทางกล
ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางทุกชนิด คิดถึงเรื่องชิ้นส่วนยาง และแม่พิมพ์ คิดถึงวีเทค
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัพท์ยางน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัพท์ยางน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
Plasticity Retention Index (PRI) พีอาร์ไอ (ดัชนีความอ่อนตัว)
อัตราส่วนของค่าพลาสติซิตี้หลังจากการให้ความร้อนในตู้อบอากาศร้อนเป็นเวลา 30 นาที ที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ต่อค่าพลาสติซิตี้ก่อนการให้ความร้อนในตู้อบ ซึ่งค่านี้จะบอกถึงความต้านทานต่อการเกิดออกซิเดชันของยางดิบ
Plasticity Number (ค่าพลาสติซิตี้)
การวัดค่าพลาสติซิตี้ขึ้นกับความสูงของตัวอย่างทดสอบหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายใต้สภาวะที่กำหนด เช่น แรงกด เวลา และอุณหภูมิ ค่าพลาสติซิตี้ของยางจะบอกถึงความนิ่มหรือแข็งของยางยางที่มีค่าพลาสติซิตี้สูงคือยางแข็ง ยางที่มีค่าพลาสติซิตี้ต่ำคือยางนิ่ม ซึ่งค่าพลาสติซิตี้ของยางมีความสำคัญต่อการแปรรูปยาง เช่น บ่งถึงพลังงานที่ต้องใช้ในการแปรรูปยาง ยางนิ่มจะใช้พลังงานน้อยและจะรับสารเคมีเข้าไปในยางได้รวดเร็ว เป็นต้น
Plasticity (พลาสติซิตี้ (ความอ่อนตัว)
ความอ่อนต้ัวเป็นสมบัติของยางดิบหรือยางผสมที่ยังไม่ได้วัลคาไนซ์ เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของโมเลกุลยาง ซึ่งแสดงถึงความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของยาง และองศาของการไหลของยางใต้สภาวะอุณหภูมิและแรงอัดที่กำหนด
Green strength (ความแข็งแรงของยางดิบ)
ความแข็งแรงของยางดิบที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทำให้ยางคงรูป
Mastication (มาสติเคชั่น)
เป็นขั้นตอนการบดให้ยางนิ่ม มักใช้กับยางธรรมชาติเนื่องจากยางธรรมชาติมีน้ำหนักโมเลกุลสูงมาก การบดยางให้นิ่มเป็นการทำให้โมเลกุลฉีกขาด น้ำหนักโมเลกุลของยางลดลง (ใช้แรงเฉือน และออกซิเจนในอากาศ) บางครั้งสามารถจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบดยางได้โดยการเติมเปบไทเซอร์ลงไปเล็กน้อยและการใช้อุณหภูมิสูง ผลที่ได้ทำให้ยางนิ่มลงสามารถจะผสมสารเคมีให้เข้ากับยางได้ง่ายขึ้น
Storage hardening (การแข็งขึ้นของยางเนื่องจากการเก็บ)
ปรากฏการณ์ที่ความหนืดของยางดิบหรือยางที่ยังไม่ได้ผ่านการคงรูปเพิ่มขึ้นระหว่างการเก็บ เนื่องจากหมู่อัลดีไฮด์ (aldehyde group) ที่มีอยู่ในยางธรรมชาติเข้าไปทำปฏิกิริยาควบแน่นกัน เกิดเป็นโครงสร้างสามมิติที่มีการเชื่อมโยง (crosslink) ระหว่างโมเลกุลยางมีผลทำให้ยางแข็งขึ้น
Gel rubber (ยางส่วนที่เป็นเจล)
ยางส่วนที่ไม่ละลายในตัวทำละลาย
Sol rubber (ยางส่วนที่ละลาย)
ยางส่วนที่ละลายในตัวทำละลาย
Masterbatch (มาสเตอร์แบทซ์)
ของผสมระหว่างยางและสารเคมีต่างๆ ที่รู้ปริมาณที่แน่นอนผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการเตรียมการผสมขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ มาสเตอร์แบทซ์อาจจะใช้เพื่อความสะดวกในการผลิต หรือเพื่อเพิ่มสมบัติของผลิตภัณฑ์ หรือทั้งสองอย่าง เช่น ใช้ในกรณีที่สารเคมีกระจายในยางได้ไม่ดี หรือในกรณีที่มีการใช้สารเคมีนั้นน้อยมาก อาจจะก่อให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย ถ้าสารเคมีฟุ้งกระจายหายไป
Compound (ยางคอมพาวด์)
ยางที่ผสมสารเคมีต่างๆ เช่น สารทำให้ยางคงรูป สารช่วยในกระบวนการผลิต เป็นต้น พร้อมที่จะนำไปข้อรูปเป็นผลิตภัณฑ
Gum rubber (กัมรับเบอร์)
กัมรับเบอร์ คือ ยางผสมสารเคมีที่ไม่ได้ผสมสารตัวเติม (filler)
Injection moulding (เครื่องขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบฉีด)
การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบฉีดเป็นการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ที่ทันสมัย ตัวเครื่องฉีดจะประกอบด้วยส่วนที่ทำให้ยางนิ่มแล้วจึงฉีดยางคอมพาวด์เข้าสู่แม่พิมพ์ เครื่องฉีดและแม่พิมพ์แบบนี้ราคาสูงมาก แต่ยางคงรูปที่ได้จะมีขนาดที่ถูกต้องมากกว่าการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบอื่นๆ จึงเหมาะกับการผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อน นอกจากนี้การขึ้นรูปด้วยวิธีนี้ยังมีอัตราเร็วในการผลิตสูง และมีอัตราของเสียต่ำกว่าการขึ้นรูปด้วยวิธีอื่นๆ อีกด้วย
Extruder (เครื่องอัดผ่านดาย)
เครื่องอัดผ่านดาย คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับขึ้นรูปยางที่อาศัยการอัดยางผ่านดาย (die) ที่มีรูปร่างต่างๆ ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ตัวเครื่องประกอบด้วยกระบอกที่ให้ความร้อนได้ และมีสกรูหมุนอยู่ภายใน เมื่อใส่ยางคอมพาวด์เข้าไป สกรูจะทำหน้าที่บดยางและอัดยางให้ไหลออกผ่านดาย ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ยางที่ขึ้นรูปโดยใช้เทคนิคนี้ได้แก่ ท่อยาง ยางหุ้มสายเคเบิ้ล ยางขอบกระจก และยางรัดของ เป็นต้น
Compression moulding (เครื่องขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบอัด)
การขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์แบบอัดเป็นวิธีการขึ้นรูปที่ใช้กันมากที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อเปรียบเทียบกับการขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์แบบอื่นๆ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและไม่ต้องลงทุนทางด้านเครื่องจักรสูง เพราะแม่พิมพ์และเครื่องอัดมีราคาไม่สูงมากนัก เครื่องอัดที่นิยมใช้ ได้แก่ เครื่องอัดระบบไฮดรอลิค การผลิตเริ่มจากการนำยางคอมพาวด์มาวางในแม่พิมพ์ที่ร้อน ปิดแบบแม่พิมพ์ อัดด้วยความร้อนและความดันภายใต้อุณหภูมิที่กำหนด ยางจะเกิดการวัลคาไนซ์และคงรูปเป็นผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นถอดออกจากแม่พิมพ จะได้ผลิตภัณฑ์ตามต้องการ
Calender (เครื่องรีดแผ่น)
เครื่องอัดรีด คือเครื่องที่ประกอบด้วยชุดของลูกกลิ้งจำนวน 2 ถึง 4 ลูก เรียงตัวกันในแบบต่างๆ โดยทั่วไป ลูกกลิ้งแต่ละลูกจะทำจากเหล็กหล่ออย่างดี ผิวหน้าขัดเรียบ ด้านในลูกกลิ้งจะมีการเจาะรูให้เป็นโพรงเพื่อติดตั้งระบบทำความร้อนและทำความเย็น เช่นเดียวกับลูกกลิ้งที่ใช้ในการผสมยางและระยะห่างระหว่าลูกกลิ้งสามารถปรับให้กว้างหรือแคบได้ตามความต้องการ โดยทั่วไปเครื่องอัดรีดนิยมใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ที่เป็นแผ่นเรียบ มีความหนาและความกว้างสม่ำเสมอ หรือเพื่อการฉาบยางบางๆ ลงบนผ้าหรือแผ่นใยลวด (coating) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้แก่ สายพานลำเลียง ยางแผ่นเรียบใช้ในงานปูพื้นต่างๆ เช่น ยางแผ่นปูอ่างน้ำ ยางบุถัง เป็นต้น
Banbury mixer (เครื่องผสมยางแบบบานบูรี)
เครื่องผสมแบบปิดชนิดหนึ่ง ใช้ในการผสมยางกับสารเคมีต่างๆ ให้เข้ากัน
Internal mixer (เครื่องผสมยางระบบปิด)
เครื่องผสมยางระบบปิด เป็นเครื่องผสมยางที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน เครื่องผสมยางระบบปิดมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ ห้องผสม (chamber) ตัวบดผสม (rotor) ทำหน้าที่บดยางและคลุกเคล้ากับสารเคมี แท่งกด (ram) และระบบหล่อเย็น (cooling system) เครื่องผสมระบบปิดให้ประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการผสมมากกว่าการใช้ 2-roll mill สารเคมีไม่ฟุ้งกระจายในระหว่างการผสม ลดการสูญเสียสารเคมีเนื่องจากเป็นระบบปิด และลดการผิดพลาดเนื่องจากการใช้แรงงานคนในการผสม สามารถผสมยางกับสารเคมีได้ในปริมาณสูง เช่น 50-100 กิโลกรัม
Two-Roll Mill (เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้ง)
เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้ง เป็นเครื่องผสมยางระบบเปิดที่ประกอบด้วยลูกกลิ้ง 2 ลูก หมุนเข้าหากันด้วยความเร็วต่างกัน ทำให้เกิดแรงเฉือนที่จำเป็นต่อการบดผสมยางกับสารเคมียาง ในการผสมยางกับสารเคมียางจะใส่ยางลงช่องระหว่างลูกกลิ้ง ยางจะถูกรีดออกมาเป็นแผ่นรอบลูกกลิ้งด้านหน้า จากนั้นจึงเติมสารเคมียาง โดยผู้ผสมต้องทำการกรีดยางแผ่นและพับไปมาในขณะที่เติมสารเคมีลงไปในยาง ซึ่งยางที่ถูกตัดพับจะถูกใส่กลับไปช่องระหว่างลูกกลิ้ง แรงเฉือนที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สารเคมีต่างๆ กระจายตัวเข้ากับเนื้อยางได้ดี เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้งใช้ผสมยางในปริมาณไม่มาก เนื่องจากต้องใช้ความชำนาญและกำลังคนในการทำการผสม
Ball Mill (หม้อผสมสารเคมี)
ภาชนะทรงกระบอกปิดหัวท้ายสำหรับใส่สารเพื่อบดผสมหรือลดขนาดอนุภาคภายในทำด้วยพอร์ซเลนหรืออะลูมินา และบรรจุลูกกลมพอร์ซเลน เมื่อหมุนหม้อบดที่มีสารอยู่ ลูกกลมจะกลิ้งกระทบกัน ช่วยลดขนาดของอนุภาคได้ ทำได้ทั้งการบดเปียกและการบดแห้ง
Coagulant (สารจับตัว)
สารที่เติมลงไปในตัวกลางที่มีอนุภาคขนาดเล็กแขวนลอยอยู่ ทำให้อนุภาคเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่และตกตะกอน เ่ช่น การเติมกรดซัลฟุริก (H2SO4) กรดฟอร์มิก (HCOOH) หรือ กรดอะซิติก (CH3COOH) ลงในน้ำยาง ทำให้น้ำยางจับตัว
Anticoagulant (สารต้านการจับตัว)
สารต้านการจับตัว คือ สารที่เติมลงในน้ำยางสดเพื่อหน่วงปฏิกิริยาจากแบคทีเรียที่ทำให้อนุภาคยางที่แขวนลอยอยู่ในตัวกลางมารวมตัวกันเป็นก้อนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะทำให้น้ำยางเสียสภาพ
อัตราส่วนของค่าพลาสติซิตี้หลังจากการให้ความร้อนในตู้อบอากาศร้อนเป็นเวลา 30 นาที ที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ต่อค่าพลาสติซิตี้ก่อนการให้ความร้อนในตู้อบ ซึ่งค่านี้จะบอกถึงความต้านทานต่อการเกิดออกซิเดชันของยางดิบ
Plasticity Number (ค่าพลาสติซิตี้)
การวัดค่าพลาสติซิตี้ขึ้นกับความสูงของตัวอย่างทดสอบหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายใต้สภาวะที่กำหนด เช่น แรงกด เวลา และอุณหภูมิ ค่าพลาสติซิตี้ของยางจะบอกถึงความนิ่มหรือแข็งของยางยางที่มีค่าพลาสติซิตี้สูงคือยางแข็ง ยางที่มีค่าพลาสติซิตี้ต่ำคือยางนิ่ม ซึ่งค่าพลาสติซิตี้ของยางมีความสำคัญต่อการแปรรูปยาง เช่น บ่งถึงพลังงานที่ต้องใช้ในการแปรรูปยาง ยางนิ่มจะใช้พลังงานน้อยและจะรับสารเคมีเข้าไปในยางได้รวดเร็ว เป็นต้น
Plasticity (พลาสติซิตี้ (ความอ่อนตัว)
ความอ่อนต้ัวเป็นสมบัติของยางดิบหรือยางผสมที่ยังไม่ได้วัลคาไนซ์ เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของโมเลกุลยาง ซึ่งแสดงถึงความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของยาง และองศาของการไหลของยางใต้สภาวะอุณหภูมิและแรงอัดที่กำหนด
Green strength (ความแข็งแรงของยางดิบ)
ความแข็งแรงของยางดิบที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทำให้ยางคงรูป
Mastication (มาสติเคชั่น)
เป็นขั้นตอนการบดให้ยางนิ่ม มักใช้กับยางธรรมชาติเนื่องจากยางธรรมชาติมีน้ำหนักโมเลกุลสูงมาก การบดยางให้นิ่มเป็นการทำให้โมเลกุลฉีกขาด น้ำหนักโมเลกุลของยางลดลง (ใช้แรงเฉือน และออกซิเจนในอากาศ) บางครั้งสามารถจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบดยางได้โดยการเติมเปบไทเซอร์ลงไปเล็กน้อยและการใช้อุณหภูมิสูง ผลที่ได้ทำให้ยางนิ่มลงสามารถจะผสมสารเคมีให้เข้ากับยางได้ง่ายขึ้น
Storage hardening (การแข็งขึ้นของยางเนื่องจากการเก็บ)
ปรากฏการณ์ที่ความหนืดของยางดิบหรือยางที่ยังไม่ได้ผ่านการคงรูปเพิ่มขึ้นระหว่างการเก็บ เนื่องจากหมู่อัลดีไฮด์ (aldehyde group) ที่มีอยู่ในยางธรรมชาติเข้าไปทำปฏิกิริยาควบแน่นกัน เกิดเป็นโครงสร้างสามมิติที่มีการเชื่อมโยง (crosslink) ระหว่างโมเลกุลยางมีผลทำให้ยางแข็งขึ้น
Gel rubber (ยางส่วนที่เป็นเจล)
ยางส่วนที่ไม่ละลายในตัวทำละลาย
Sol rubber (ยางส่วนที่ละลาย)
ยางส่วนที่ละลายในตัวทำละลาย
Masterbatch (มาสเตอร์แบทซ์)
ของผสมระหว่างยางและสารเคมีต่างๆ ที่รู้ปริมาณที่แน่นอนผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการเตรียมการผสมขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ มาสเตอร์แบทซ์อาจจะใช้เพื่อความสะดวกในการผลิต หรือเพื่อเพิ่มสมบัติของผลิตภัณฑ์ หรือทั้งสองอย่าง เช่น ใช้ในกรณีที่สารเคมีกระจายในยางได้ไม่ดี หรือในกรณีที่มีการใช้สารเคมีนั้นน้อยมาก อาจจะก่อให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย ถ้าสารเคมีฟุ้งกระจายหายไป
Compound (ยางคอมพาวด์)
ยางที่ผสมสารเคมีต่างๆ เช่น สารทำให้ยางคงรูป สารช่วยในกระบวนการผลิต เป็นต้น พร้อมที่จะนำไปข้อรูปเป็นผลิตภัณฑ
Gum rubber (กัมรับเบอร์)
กัมรับเบอร์ คือ ยางผสมสารเคมีที่ไม่ได้ผสมสารตัวเติม (filler)
Injection moulding (เครื่องขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบฉีด)
การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบฉีดเป็นการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ที่ทันสมัย ตัวเครื่องฉีดจะประกอบด้วยส่วนที่ทำให้ยางนิ่มแล้วจึงฉีดยางคอมพาวด์เข้าสู่แม่พิมพ์ เครื่องฉีดและแม่พิมพ์แบบนี้ราคาสูงมาก แต่ยางคงรูปที่ได้จะมีขนาดที่ถูกต้องมากกว่าการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบอื่นๆ จึงเหมาะกับการผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อน นอกจากนี้การขึ้นรูปด้วยวิธีนี้ยังมีอัตราเร็วในการผลิตสูง และมีอัตราของเสียต่ำกว่าการขึ้นรูปด้วยวิธีอื่นๆ อีกด้วย
Extruder (เครื่องอัดผ่านดาย)
เครื่องอัดผ่านดาย คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับขึ้นรูปยางที่อาศัยการอัดยางผ่านดาย (die) ที่มีรูปร่างต่างๆ ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ตัวเครื่องประกอบด้วยกระบอกที่ให้ความร้อนได้ และมีสกรูหมุนอยู่ภายใน เมื่อใส่ยางคอมพาวด์เข้าไป สกรูจะทำหน้าที่บดยางและอัดยางให้ไหลออกผ่านดาย ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ยางที่ขึ้นรูปโดยใช้เทคนิคนี้ได้แก่ ท่อยาง ยางหุ้มสายเคเบิ้ล ยางขอบกระจก และยางรัดของ เป็นต้น
Compression moulding (เครื่องขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์แบบอัด)
การขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์แบบอัดเป็นวิธีการขึ้นรูปที่ใช้กันมากที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อเปรียบเทียบกับการขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์แบบอื่นๆ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและไม่ต้องลงทุนทางด้านเครื่องจักรสูง เพราะแม่พิมพ์และเครื่องอัดมีราคาไม่สูงมากนัก เครื่องอัดที่นิยมใช้ ได้แก่ เครื่องอัดระบบไฮดรอลิค การผลิตเริ่มจากการนำยางคอมพาวด์มาวางในแม่พิมพ์ที่ร้อน ปิดแบบแม่พิมพ์ อัดด้วยความร้อนและความดันภายใต้อุณหภูมิที่กำหนด ยางจะเกิดการวัลคาไนซ์และคงรูปเป็นผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นถอดออกจากแม่พิมพ จะได้ผลิตภัณฑ์ตามต้องการ
Calender (เครื่องรีดแผ่น)
เครื่องอัดรีด คือเครื่องที่ประกอบด้วยชุดของลูกกลิ้งจำนวน 2 ถึง 4 ลูก เรียงตัวกันในแบบต่างๆ โดยทั่วไป ลูกกลิ้งแต่ละลูกจะทำจากเหล็กหล่ออย่างดี ผิวหน้าขัดเรียบ ด้านในลูกกลิ้งจะมีการเจาะรูให้เป็นโพรงเพื่อติดตั้งระบบทำความร้อนและทำความเย็น เช่นเดียวกับลูกกลิ้งที่ใช้ในการผสมยางและระยะห่างระหว่าลูกกลิ้งสามารถปรับให้กว้างหรือแคบได้ตามความต้องการ โดยทั่วไปเครื่องอัดรีดนิยมใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ที่เป็นแผ่นเรียบ มีความหนาและความกว้างสม่ำเสมอ หรือเพื่อการฉาบยางบางๆ ลงบนผ้าหรือแผ่นใยลวด (coating) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้แก่ สายพานลำเลียง ยางแผ่นเรียบใช้ในงานปูพื้นต่างๆ เช่น ยางแผ่นปูอ่างน้ำ ยางบุถัง เป็นต้น
Banbury mixer (เครื่องผสมยางแบบบานบูรี)
เครื่องผสมแบบปิดชนิดหนึ่ง ใช้ในการผสมยางกับสารเคมีต่างๆ ให้เข้ากัน
Internal mixer (เครื่องผสมยางระบบปิด)
เครื่องผสมยางระบบปิด เป็นเครื่องผสมยางที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน เครื่องผสมยางระบบปิดมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ ห้องผสม (chamber) ตัวบดผสม (rotor) ทำหน้าที่บดยางและคลุกเคล้ากับสารเคมี แท่งกด (ram) และระบบหล่อเย็น (cooling system) เครื่องผสมระบบปิดให้ประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการผสมมากกว่าการใช้ 2-roll mill สารเคมีไม่ฟุ้งกระจายในระหว่างการผสม ลดการสูญเสียสารเคมีเนื่องจากเป็นระบบปิด และลดการผิดพลาดเนื่องจากการใช้แรงงานคนในการผสม สามารถผสมยางกับสารเคมีได้ในปริมาณสูง เช่น 50-100 กิโลกรัม
Two-Roll Mill (เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้ง)
เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้ง เป็นเครื่องผสมยางระบบเปิดที่ประกอบด้วยลูกกลิ้ง 2 ลูก หมุนเข้าหากันด้วยความเร็วต่างกัน ทำให้เกิดแรงเฉือนที่จำเป็นต่อการบดผสมยางกับสารเคมียาง ในการผสมยางกับสารเคมียางจะใส่ยางลงช่องระหว่างลูกกลิ้ง ยางจะถูกรีดออกมาเป็นแผ่นรอบลูกกลิ้งด้านหน้า จากนั้นจึงเติมสารเคมียาง โดยผู้ผสมต้องทำการกรีดยางแผ่นและพับไปมาในขณะที่เติมสารเคมีลงไปในยาง ซึ่งยางที่ถูกตัดพับจะถูกใส่กลับไปช่องระหว่างลูกกลิ้ง แรงเฉือนที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สารเคมีต่างๆ กระจายตัวเข้ากับเนื้อยางได้ดี เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้งใช้ผสมยางในปริมาณไม่มาก เนื่องจากต้องใช้ความชำนาญและกำลังคนในการทำการผสม
Ball Mill (หม้อผสมสารเคมี)
ภาชนะทรงกระบอกปิดหัวท้ายสำหรับใส่สารเพื่อบดผสมหรือลดขนาดอนุภาคภายในทำด้วยพอร์ซเลนหรืออะลูมินา และบรรจุลูกกลมพอร์ซเลน เมื่อหมุนหม้อบดที่มีสารอยู่ ลูกกลมจะกลิ้งกระทบกัน ช่วยลดขนาดของอนุภาคได้ ทำได้ทั้งการบดเปียกและการบดแห้ง
Coagulant (สารจับตัว)
สารที่เติมลงไปในตัวกลางที่มีอนุภาคขนาดเล็กแขวนลอยอยู่ ทำให้อนุภาคเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่และตกตะกอน เ่ช่น การเติมกรดซัลฟุริก (H2SO4) กรดฟอร์มิก (HCOOH) หรือ กรดอะซิติก (CH3COOH) ลงในน้ำยาง ทำให้น้ำยางจับตัว
Anticoagulant (สารต้านการจับตัว)
สารต้านการจับตัว คือ สารที่เติมลงในน้ำยางสดเพื่อหน่วงปฏิกิริยาจากแบคทีเรียที่ทำให้อนุภาคยางที่แขวนลอยอยู่ในตัวกลางมารวมตัวกันเป็นก้อนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะทำให้น้ำยางเสียสภาพ
Antistatic agent (สารป้องกันไฟฟ้าสถิต)
สารป้องกันไฟฟ้าสถิต คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อช่วยลดการสะสมของประจุไฟฟ้าบนผิวยาง เช่น เขม่าดำเกรดที่นำไฟฟ้าได้ดี (Conductive black) เกลือของแอมโมเนียม เป็นต้น
Pigment (ผงสี)
ผงสี เป็นสารให้สีที่ไม่ละลายในยาง เติมลงไปในยางที่ไม่มีผงเขม่าดำเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ยางที่ได้มีสีสันตามความต้องการของผู้ผลิต แ่บ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ผงสีอินทรีย์ และผงสีอนินทรีย์
Antifoaming agent (สารลดฟอง)
สารลดฟองเป็นสารที่เติมลงในน้ำยางเพื่อป้องกันการเกิดฟองในน้ำยางผสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการเกิดฟองหรือเกิดรูเข็มได้ในผลิตภัณฑ์
Kicker (คิกเกอร์)
คิกเกอร์ คือ สารกระตุ้นหรือสารตัวเร่งการเกิดเป็นฟอง ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิการสลายตัวของสารที่ทำให้เกิดฟอง ช่วยให้เกิดปฏิิกิริยาการเกิดฟองได้เร็วขึ้น มักใช้คู่กับสารทำให้เกิดฟอง ตัวอย่างของคิกเกอร์ ได้แก่ ซิงค์ออกไซด์ เกลือของซิงค์ เป็นต
Blowing agent (สารทำให้เกิดฟอง)
สารทำให้เกิดฟอง คือ สารที่มีความเสถียรที่อุณหภูมิห้อง แต่จะสลายตัวที่อุณหภูมิสูงและปล่อยก๊าซออกมา โดยการเกิดปฏิิกิริยาเคมีและ/หรือปฏิกิริยาทางความร้อน ทำให้เกิดช่องว่างหรือรูพรุนขึ้นในผลิตภัณฑ์ เช่น การผลิตยางฟองน้ำ (Sponge)
Flame retardant/Flame retarder (สารหน่วง/ป้องกันการติดไฟ)
สารที่เติมลงไปเพื่อช่วยในการหน่วงการติดไฟ โดยสารนี้จะสลายตัวให้แก๊สหรือสารที่ไม่ติดไฟเมื่อได้รับความร้อน ตัวอย่างสารหน่วงการติดไฟ เช่น แอนติโมนีไตรออกไซด์ อะลูมินัมไทรไฮเดรต เป็นต้น
Stabilizer (สเตบิไลเซอร์)
(ยาง) สเตบิไลเซอร์ คือ สารที่มีอยู่หรือเติมลงไปในยางดิบ เพื่อรักษาสมบัติให้ดีเท่าหรือใกล้เีีคียงค่าเดิมระหว่างการทำให้แห้ง กระบวนการผลิตและการเก็บรักษา
(น้ำยาง) สเตบิไลเซอร์ คือ สารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเติมลงไปในน้ำยางเพื่อป้องกันการรวมตัวหรือจับตัวเป็นก้อนของอนุภาคยางระหว่างกระบวนการผลิตและ/หรือการผสมสารเคมี
Tackifier (สารทำให้ยางเหนียวติดกััน)
สารทำให้ยางเหนียวติดกัน เป็นสารเคมีที่เติมลงในยางทำให้ยางมีความเหนียวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยางสามารถติดกับยางด้วยกัน หรือติดกับวัสดุอื่นได้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการนำยางส่วนต่างๆ มาประกอบกันได้่ง่ายขึ้น
Factice (แฟกทิซ)
แฟกทิซ เป็นน้ำมันไม่อิ่มตัวได้จากปฏิกิริยาคงรูปของน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ โดยใช้กำมะถันหรือสารประกอบที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เมื่อเติมเข้าไปในยางจะช่วยประหยัดพลังงานในการผสม ช่วยเพิ่มความเสถียรทางรูปร่างให้แก่ยางที่ขึ้นรูปด้วยการอัดผ่านดาย (Extrudate) และมีผิวเรียบมากขึ้น
Peptizer (เพปไทเซอร์)
เพปไทเซอร์ คือ สารช่วยในกระบวนการผลิตที่เติมลงไปในยางเพื่อลดความหนืดของยาง โดยการย่อยหรือตัดโมเลกุลของยางโดยทางเคมี (chemical scission) ในขั้นตอนการบดยาง (mastication) ช่วยลดเวลาในการบดยางและทำให้ประหยัดพลังงานในกระบวนการผสมมากขึ้น
Softener (สารทำให้นิ่ม)
สารทำให้นิ่ม คือ สารปริมาณเล็กน้อย ที่เติมลงไปในยาง เพื่อลดความหนืดของยางลง ทำให้ยางไหลได้ง่ายขึ้น ทำให้สารเติมแต่งกระจายตัวได้ดีขึ้น
Processing Aid (สารช่วยในกระบวนการผลิต)
สารช่วยในกระบวนการผลิต คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อช่วยให้กระบวนการผลิตในขั้นตอนต่างๆ เช่น การผสม (mixing) หรือการขึ้นรูป (shape forming) เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น สารบางตัวในกลุ่มนี้ช่วยลดความหนืดของยางคอมพาวด์ ทำให้ยางไหลได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงลดระยะเวลาและพลังงานที่ใช้ในการผลิต
Plasticiser/Plasticizer (พลาสติไซเซอร์)
พลาสติไซเซอร์ คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ดียิ่งขึ้น ลดความแข็งเปราะ เพิ่มสมบัติการใ้ช้งานที่อุณหภูมิต่ำได้ดีขึ้น
Antiozonant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากโอโซน)
สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากโอโซน คือ สารเคมีที่เติมลงไปในยางเื่พื่อป้องกันหรือลดการเกิดรอยแตกของยางจากการเกิดปฏิกิริยาของโอโซนกับยางเมื่อยู่ภายใต้ความเครียด
Antioxidant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากออกซิเจน)
สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากออกซิเจน คือ สารเคมีที่เติมลงไปในยางเื่พื่อจับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของออกซิเจนในอากาศกับยาง (ที่มีพันธะคู่) หรือทำให้ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาแตกตัวต่อไปเป็นส่วนที่ไม่เป็นอันตรายต่อการเสื่อมสภาพของยาง ทำให้ยางมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Antidegradant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพ)
สาร ป้องกันการเสื่อมสภาพคือสารเคมีที่เติมลงไปในยางเพื่อลดอัตราเร็วในการเสื่อม สภาพของยางอันเนื่องมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ออกซิเจน ความร้อน แสงแดด และโอโซน เป็นต้น ทั้งนี้เพราะยางส่วนใหญ่ไม่ทนความร้อนและเสื่อมสภาพได้ง่า
Retarder (สารหน่วงปฏิกิริยา)
สารหน่วงปฏิกิริยาคือสารเคมีซึ่งลดอัตราเร็วการเกิดปฏิกิริยาเคมี เมื่อนำมาใส่ในยางจะช่วยเพิ่มระยะเวลาก่อนที่ยางจะเริ่มเกิดปฏิกิริยาคงรูป ช่วยลดโอกาสที่จะทำการเกิดยางตายได้
Activator (สารกระตุ้นปฏิกิริยา)
สารกระตุ้น ปฏิกิริยาเป็นสารเคมีหรือส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของตัวเร่งปฏิกิริยาให้สามารถเกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้น ตัวอย่างของสารกระตุ้น ปฏิกิริยาที่ใช้กันมากที่สุดในอุตสาหกรรมยาง ได้แก่ ซิงค์ออกไซด์ และ กรดสเตียริก
Accelerator (สารเร่งปฏิกิริยาหรือสารเร่งให้ยางคงรูป)
สารเร่งปฏิกิริยาหรือสารเร่งให้ยางคงรูปคือสารเคมีที่เติมลงไปในยางในปริมาณเล็กน้อยเพื่อลดเวลาที่จะทำให้ยางคงรูป โดยการเร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยาให้ยางคงรูปเร็วขึ้น
Additives (สารเติมแต่ง)
สารเติมแต่งเป็นสารเคมีที่เติมเข้าไปในยางเพียงเล็กน้อยเพื่อปรับปรุงสมบัติต่างๆ ตามต้องการ มีหลายประเภท เช่น สารกันออกซิเดชัน สารกันไฟฟ้าสถิต สารเพิ่มสี และสารหน่วงการติดไฟ เป็นต้น
สารป้องกันไฟฟ้าสถิต คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อช่วยลดการสะสมของประจุไฟฟ้าบนผิวยาง เช่น เขม่าดำเกรดที่นำไฟฟ้าได้ดี (Conductive black) เกลือของแอมโมเนียม เป็นต้น
Pigment (ผงสี)
ผงสี เป็นสารให้สีที่ไม่ละลายในยาง เติมลงไปในยางที่ไม่มีผงเขม่าดำเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ยางที่ได้มีสีสันตามความต้องการของผู้ผลิต แ่บ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ผงสีอินทรีย์ และผงสีอนินทรีย์
Antifoaming agent (สารลดฟอง)
สารลดฟองเป็นสารที่เติมลงในน้ำยางเพื่อป้องกันการเกิดฟองในน้ำยางผสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการเกิดฟองหรือเกิดรูเข็มได้ในผลิตภัณฑ์
Kicker (คิกเกอร์)
คิกเกอร์ คือ สารกระตุ้นหรือสารตัวเร่งการเกิดเป็นฟอง ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิการสลายตัวของสารที่ทำให้เกิดฟอง ช่วยให้เกิดปฏิิกิริยาการเกิดฟองได้เร็วขึ้น มักใช้คู่กับสารทำให้เกิดฟอง ตัวอย่างของคิกเกอร์ ได้แก่ ซิงค์ออกไซด์ เกลือของซิงค์ เป็นต
Blowing agent (สารทำให้เกิดฟอง)
สารทำให้เกิดฟอง คือ สารที่มีความเสถียรที่อุณหภูมิห้อง แต่จะสลายตัวที่อุณหภูมิสูงและปล่อยก๊าซออกมา โดยการเกิดปฏิิกิริยาเคมีและ/หรือปฏิกิริยาทางความร้อน ทำให้เกิดช่องว่างหรือรูพรุนขึ้นในผลิตภัณฑ์ เช่น การผลิตยางฟองน้ำ (Sponge)
Flame retardant/Flame retarder (สารหน่วง/ป้องกันการติดไฟ)
สารที่เติมลงไปเพื่อช่วยในการหน่วงการติดไฟ โดยสารนี้จะสลายตัวให้แก๊สหรือสารที่ไม่ติดไฟเมื่อได้รับความร้อน ตัวอย่างสารหน่วงการติดไฟ เช่น แอนติโมนีไตรออกไซด์ อะลูมินัมไทรไฮเดรต เป็นต้น
Stabilizer (สเตบิไลเซอร์)
(ยาง) สเตบิไลเซอร์ คือ สารที่มีอยู่หรือเติมลงไปในยางดิบ เพื่อรักษาสมบัติให้ดีเท่าหรือใกล้เีีคียงค่าเดิมระหว่างการทำให้แห้ง กระบวนการผลิตและการเก็บรักษา
(น้ำยาง) สเตบิไลเซอร์ คือ สารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเติมลงไปในน้ำยางเพื่อป้องกันการรวมตัวหรือจับตัวเป็นก้อนของอนุภาคยางระหว่างกระบวนการผลิตและ/หรือการผสมสารเคมี
Tackifier (สารทำให้ยางเหนียวติดกััน)
สารทำให้ยางเหนียวติดกัน เป็นสารเคมีที่เติมลงในยางทำให้ยางมีความเหนียวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยางสามารถติดกับยางด้วยกัน หรือติดกับวัสดุอื่นได้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการนำยางส่วนต่างๆ มาประกอบกันได้่ง่ายขึ้น
Factice (แฟกทิซ)
แฟกทิซ เป็นน้ำมันไม่อิ่มตัวได้จากปฏิกิริยาคงรูปของน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ โดยใช้กำมะถันหรือสารประกอบที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เมื่อเติมเข้าไปในยางจะช่วยประหยัดพลังงานในการผสม ช่วยเพิ่มความเสถียรทางรูปร่างให้แก่ยางที่ขึ้นรูปด้วยการอัดผ่านดาย (Extrudate) และมีผิวเรียบมากขึ้น
Peptizer (เพปไทเซอร์)
เพปไทเซอร์ คือ สารช่วยในกระบวนการผลิตที่เติมลงไปในยางเพื่อลดความหนืดของยาง โดยการย่อยหรือตัดโมเลกุลของยางโดยทางเคมี (chemical scission) ในขั้นตอนการบดยาง (mastication) ช่วยลดเวลาในการบดยางและทำให้ประหยัดพลังงานในกระบวนการผสมมากขึ้น
Softener (สารทำให้นิ่ม)
สารทำให้นิ่ม คือ สารปริมาณเล็กน้อย ที่เติมลงไปในยาง เพื่อลดความหนืดของยางลง ทำให้ยางไหลได้ง่ายขึ้น ทำให้สารเติมแต่งกระจายตัวได้ดีขึ้น
Processing Aid (สารช่วยในกระบวนการผลิต)
สารช่วยในกระบวนการผลิต คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อช่วยให้กระบวนการผลิตในขั้นตอนต่างๆ เช่น การผสม (mixing) หรือการขึ้นรูป (shape forming) เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น สารบางตัวในกลุ่มนี้ช่วยลดความหนืดของยางคอมพาวด์ ทำให้ยางไหลได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงลดระยะเวลาและพลังงานที่ใช้ในการผลิต
Plasticiser/Plasticizer (พลาสติไซเซอร์)
พลาสติไซเซอร์ คือ สารที่เติมลงไปในยางเพื่อเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ดียิ่งขึ้น ลดความแข็งเปราะ เพิ่มสมบัติการใ้ช้งานที่อุณหภูมิต่ำได้ดีขึ้น
Antiozonant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากโอโซน)
สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากโอโซน คือ สารเคมีที่เติมลงไปในยางเื่พื่อป้องกันหรือลดการเกิดรอยแตกของยางจากการเกิดปฏิกิริยาของโอโซนกับยางเมื่อยู่ภายใต้ความเครียด
Antioxidant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากออกซิเจน)
สารป้องกันการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากออกซิเจน คือ สารเคมีที่เติมลงไปในยางเื่พื่อจับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของออกซิเจนในอากาศกับยาง (ที่มีพันธะคู่) หรือทำให้ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาแตกตัวต่อไปเป็นส่วนที่ไม่เป็นอันตรายต่อการเสื่อมสภาพของยาง ทำให้ยางมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Antidegradant (สารป้องกันการเสื่อมสภาพ)
สาร ป้องกันการเสื่อมสภาพคือสารเคมีที่เติมลงไปในยางเพื่อลดอัตราเร็วในการเสื่อม สภาพของยางอันเนื่องมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ออกซิเจน ความร้อน แสงแดด และโอโซน เป็นต้น ทั้งนี้เพราะยางส่วนใหญ่ไม่ทนความร้อนและเสื่อมสภาพได้ง่า
Retarder (สารหน่วงปฏิกิริยา)
สารหน่วงปฏิกิริยาคือสารเคมีซึ่งลดอัตราเร็วการเกิดปฏิกิริยาเคมี เมื่อนำมาใส่ในยางจะช่วยเพิ่มระยะเวลาก่อนที่ยางจะเริ่มเกิดปฏิกิริยาคงรูป ช่วยลดโอกาสที่จะทำการเกิดยางตายได้
Activator (สารกระตุ้นปฏิกิริยา)
สารกระตุ้น ปฏิกิริยาเป็นสารเคมีหรือส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของตัวเร่งปฏิกิริยาให้สามารถเกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้น ตัวอย่างของสารกระตุ้น ปฏิกิริยาที่ใช้กันมากที่สุดในอุตสาหกรรมยาง ได้แก่ ซิงค์ออกไซด์ และ กรดสเตียริก
Accelerator (สารเร่งปฏิกิริยาหรือสารเร่งให้ยางคงรูป)
สารเร่งปฏิกิริยาหรือสารเร่งให้ยางคงรูปคือสารเคมีที่เติมลงไปในยางในปริมาณเล็กน้อยเพื่อลดเวลาที่จะทำให้ยางคงรูป โดยการเร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยาให้ยางคงรูปเร็วขึ้น
Additives (สารเติมแต่ง)
สารเติมแต่งเป็นสารเคมีที่เติมเข้าไปในยางเพียงเล็กน้อยเพื่อปรับปรุงสมบัติต่างๆ ตามต้องการ มีหลายประเภท เช่น สารกันออกซิเดชัน สารกันไฟฟ้าสถิต สารเพิ่มสี และสารหน่วงการติดไฟ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
